ฮอนด้าเชิญสื่อมวลชนทดสอบสมรรถนะ “ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” สัมผัสความแรงเร้าใจและประหยัดน้ำมันของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV พร้อมมั่นใจตลอดเส้นทางด้วย Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย จากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ รวมระยะทางไป-กลับกว่า 342 กิโลเมตร
31 สิงหาคม 2567
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมันของ “ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” ยนตรกรรมไอคอนสปอร์ตพรีเมียมซีดานของฮอนด้า บนเส้นทาง กรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ รวมระยะทางไป-กลับ กว่า 342 กิโลเมตร มาพร้อม 2 ทางเลือกของขุมพลังการขับเคลื่อน ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV และขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมสร้างความมั่นใจตลอดเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ในทุกรุ่นย่อย และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆที่ครบครัน* อาทิ ใหม่! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด (รุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV RS) อีกทั้งมีการปรับโฉมและเพิ่มเติมคุณค่าในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอกที่อัปลุคความสปอร์ตพรีเมียมไปอีกขั้น ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมยกระดับสุนทรียภาพในทุกการเดินทาง ด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อาทิ ใหม่! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ช่องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ช่อง โดยแบ่งเป็น 2 ช่องด้านหน้า และ 2 ช่องด้านหลัง ในทุกรุ่นย่อย อีกทั้งฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ ใหม่! ช่องปรับอากาศผู้โดยสารตอนหลัง และ เบาะที่นั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 ในทุกรุ่นย่อย
ตลอดเส้นทางการทดสอบสมรรถนะ สื่อมวลชนจะได้สัมผัสกับความแรงเร้าใจ ที่มาพร้อมอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการขับเคลื่อนหลักจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว กับเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึงถึง 25 กิโลเมตร/ลิตร มอบความแรงเกินคาด ประหยัดเกินใคร ให้คุณใช้ชีวิตได้อิสระ พาคุณไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมัน 1 ถัง** พร้อมสัมผัสการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด โดยระบบจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับระดับของแบตเตอรี่ สภาพถนน และพฤติกรรมในการขับขี่ระหว่างโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่แบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual (Individual Mode) ที่เพิ่มเติมมาในรุ่น e:HEV เพื่อมอบการขับขี่ที่โดนใจสไตล์คุณ นอกจากนี้ยังมาพร้อมอีกหนึ่งทางเลือกขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VTEC TURBO มอบกำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 4,500 รอบต่อนาที และอัตราการประหยัดน้ำมัน 17.2 กิโลเมตร/ลิตร
อีกทั้งได้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ครั้งนี้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานใหม่ให้สามารถตรวจจับ รถยนต์ จักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน ผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น บนเส้นทางจริง โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้า
ที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
ดีไซน์ภายนอก ได้มีการอัปลุคให้สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น มาพร้อม ใหม่! กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ใหม่! ไฟท้าย LED รมดำ ใหม่! ในรุ่น e:HEV RS มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว Matte Black ดีไซน์ใหม่ สไตล์สปอร์ต และในรุ่น EL+ เพิ่มขนาดล้ออัลลอยเป็น 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เบาะที่นั่งด้านหลังแยกพับแบบ 60:40 และช่องปรับอากาศผู้โดยสารตอนหลัง ในทุกรุ่นย่อย อีกทั้งเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออันล้ำสมัยที่ครบครัน* อาทิ ใหม่! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS) ใหม่! Google built-in แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ใหม่! ช่องเชื่อมต่อ USB Type C 4 ช่อง โดยแบ่งเป็น 2 ช่องด้านหน้า และ 2 ช่องด้านหลัง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto(TM) แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto และ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ในทุกรุ่นย่อย เป็นต้น
ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย
- รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
- รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท
- รุ่น EL+ ราคา 1,039,000 บาท
และข้อเสนอพิเศษให้คุณเป็นเจ้าของ “ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” ได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 – 30 พฤศจิกายน 2567 ได้แก่
- ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99%*** พร้อมรับ ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์*** ได้แก่ ฟรีประกันภัย 1 ปี ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ฟรีฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พิเศษ เฉพาะรุ่น e:HEV เท่านั้น เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- สำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษ ลดลงอีก 0.30% เหลือดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.69%***
- หรือเลือกรับ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้น 11,221 บาท*** (คำนวณจาก ซีวิค ใหม่ เกรด EL+ เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 5 ปี) หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
- และพิเศษกับ แคมเปญ “Honda Happy Trade-in” เมื่อนำรถฮอนด้าคันเก่ามาขายและออกรถ ซีวิค ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ รับบัตรน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท*** หรือเมื่อนำรถยนต์คันเดิมยี่ห้อใดก็ได้มาขาย และออกรถ ซีวิค ใหม่ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ รับบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท***
หมายเหตุ:
- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
**ตัวเลขระยะทางที่แสดงข้างต้น อ้างอิงและไม่เกินจากการคำนวณตาม Eco Sticker (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
**ตัวเลขระยะทางที่แสดงข้างต้น อ้างอิงและไม่เกินจากการคำนวณตาม Eco Sticker (ขึ้นอยู่กับสภาพถนน และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล)
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ฮอนด้า คว้า 4 รางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี Car of the Year 2025 นำโดยไลน์อัป Full Hybrid e:HEV ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ น่าใช้ น่าขับ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้
10 มีนาคม 2568

ฮอนด้า เผยโฉมโมเดลยนตรกรรมต้นแบบ “Honda 0 Saloon” และ “Honda 0 SUV” เป็นครั้งแรกในโลกที่งาน CES 2025 พร้อมเปิดตัว “ASIMO OS” ระบบปฏิบัติการรถยนต์ที่พัฒนาโดยฮอนด้า ซึ่งติดตั้งใน Honda 0 Series
8 มกราคม 2568
อัปเดตข่าวสารใหม่ๆ
ที่คุณไม่ควรพลาด!
รับข่าวสาร และโปรโมชันดีๆ
จากเราก่อนใคร